innocent

Innocent Voices
“..โลกแห่งการทารุณกรรมเด็ก” ตอนที่ 1...
โดย   เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com


สร้างจากเรื่องจริงของ Oscar Torres
กำกับการแสดง และร่วมเขียนบทโดย... Luis Mandoki
(ผลงานที่ผ่านมา เช่น... Gaby: A True Story (1987),
When a Man Loves a Woman (1994),
 Message in Bottle (1999) Innocent Voices)
กำกับภาพโดย... Ruiz-Anchia

 ทหาร 4 -5 นาย กระชับปืนกลในมือมั่น
ระหว่างที่คุมเด็กๆวัย10-12 ขวบ 4 คน เดินฝ่าสายฝนและลัดเลาะไปตามป่าเขา 
กระทั่งมาหยุดอยู่ตรงเนินดินริมน้ำ พวกเขาบังคับให้เด็กๆทั้ง 4 นั่งคู้เข่าเรียงหน้ากระดาน
 จากนั้น...ภาพที่เราไม่คาดคิดว่าชาตินี้จะได้เห็น แม้ว่ามันได้เกิดขึ้นมาแล้ว
บนโลกศิวิไลซ์ใบนี้ นั่นก็คือ...ทหารนายหนึ่งเล็งปืนพกมาที่ท้ายทอยของเด็ก แล้วจ่อยิง
ทีละคน...ทีละคน อย่างเลือดเย็น...สาเหตุแห่งการประหารก็คือ เด็กเหล่านี้ หนีทหาร
 และริอ่านไปสวามิภักดิ์แก่กลุ่มกองกำลังอันเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล

 ปี 1980- 1992    12ปีเศษที่เอลซัลวาดอร์ ประเทศยากจนในแถบอเมริกากลาง
ต้องระส่ำระสายด้วยสงครามกลางเมือง จากการเข่นฆ่าล้างผลาญคนในชาติด้วยกันเอง
นั่นคือระหว่างกองทัพฝ่ายรัฐบาล(ESAF El salvador Armed Forces หรือหน่วยล่าสังหารฝ่ายขวา)
กับ ฝ่ายกองทัพปลดแอก(FMLN  The Farabundo Front)

 12 ปีที่พี่น้องร่วมชาติต้องล้มตายกันไปกว่า 7 หมื่น 5พันคน
 ประชาชนกว่า 1 ล้านคนต้องพรากแผ่นดินเกิด ไปอาศัยผืนแผ่นดินอื่นอาศัย

 จุดเริ่มต้นของศึกนองเลือดก็คือ
รับบาลนายทุนขุนศึกเปิดฉากบุกรุกช่วงชิงที่ดินทำกินของชาวนาและ
ชาวไร่กาแฟไปอย่างหน้าด้านๆ ชาวบ้านที่ทนเสียเลือดเสียน้ำตากันอยู่นานจึงรวมตัว
และขยายวงมากขึ้นทุกที ทุกที

 

 กระทั่งกลายเป็นกองกำลังฝ่ายต่อต้านอำนาจรัฐ จากนั้นเพียง 2 ปี
ฝ่ายรัฐที่กุมอำนาจทหารอยู่เต็มสองมือก็กลับเพลี่ยงพล้ำในหลายสมรภูมิรบ
หนำซ้ำปริมาณทหารฉกรรจ์ในกองทัพก็ลดน้อยลงไปทุกขณะ
รัฐบาลจึงอ้าแขนอ้าขาสวามิภักดิ์ต่อมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา 

เรแกนประธานาธิบดีในขณะนั้นจึงระดมทั้งอาวุธยุทธภัณฑ์
 และหน่วยฝึกด้านการรบมาให้อย่างเต็มปรี่พร้อมทุ่มทุนให้อีก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  
ด้วยข้ออ้างอมตะนิรันกาล ...นั่นก็คือ เพื่อถ่วงดุลอำนาจของโซเวียตรุสเซีย
ซึ่งทั้งกำลังแทรกแซง ทั้งเป็นโต้โผใหญ่ที่คอยส่งทั้งเสบียงอาหารและเสบียงอาวุธให้ฝ่ายกองกำลังปลดแอก

 นอกจากจะขอซบลูกพี่ใหญ่แล้ว รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยังระดมทหารเกณฑ์
 โดยออกคำสั่งขู่เข็ญ กระทั่งถึงกับฉุดกระชากพรากเด็กอายุแค่ 12 ขวบไปจากครอบครัว
บังคับให้ไปเป็นทหารออกรบเข่นฆ่าผู้คนในชาติของตนเอง

Innocent Voices  ได้รับการถ่ายทอดโดย ออร์แลนโด เทออันโเรส
ผู้ผ่านวันคืนอันแสนโหดร้ายและผ่านพ้นความตายไปอย่างฉิวเฉียด
ก่อนที่จะหลบลี้จาก กัสคาต่าซินโต้ บ้านเกดมาสู่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1988 ในขณะที่อายุ 14 ปี

กระทั่งเมื่ออยู่ในวัย 20 ออร์แลนโดก็ลงมือเขียนบันทึกความทรงจำอันเจ็บปวด
ระหว่างที่ทำงานเป็นผู้ช่วยพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส

 ...เพียงสงครามกลางเมืองปะทุขึ้น
พ่อของเจ้าหนูชาวาก็รีบด่วนทิ้งลูกเมียเพื่อไปเริ่มชีวิตใหม่ที่อเมริกา
ปล่อยให้เมียและลูกน้อยทั้งสามอยู่อย่างอดๆยากๆ ซ้ำยังต้องก้มๆเงยๆ
ฝ่าห่ากระสุนที่ทหารฝ่ายรัฐและฝ่ายปลดแอกสาดใส่กันทุกค่ำคืน

 “บ้าน”อันเป็นแหล่งพักพิงอันอบอุ่นสำหรับเด็กๆ
ต้องกลายเป็นพื้นท่าเสี่ยงตายด้วยคมกระสุน
และระเบิดเพลิง  เสียงอาวุธทำลายล้างนานาชนิดผสานด้วยเสียงหวีดร้อง
ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และจบลงด้วยภาพบ้านอันเป็นสถานที่คุ้มกะลาหัว
มาตั้งแต่เกิดต้องเหลือแต่ซากอันไหม้เกรียม เช่นเดียวกับพ่อแม่พี่น้อง
หรือเพื่อนพ้องที่เคยเฮฮาเล่นสนุกซุกซนกันมาต้องอยู่ในสภาพร่างเหลว
เละ มีทั้งพิการและตายเป็นใบไม้ร่วง

 เด็กๆที่รอดตายจากเหตุรุนแรงอันน่าสพรึงกลัว
ก็ไม่ถือว่าโชคดี เพราะพวกเขาต่างล้วนได้รับผลพวงอันโหดร้ายตามมาก็คือ
...เกิดความรู้สึกทุกข์โศก และหวาดผวา(Panic)ที่แผ่ซ่านไปทั่ว(Pervasive distress) 
ประสาทอัตโนมัติเกิดการตื่นตัวมากกว่าปกติ สะดุ้งตกใจง่าย คิดถึงหมกมุ่นแต่
เหตุการณ์รุนแรงหายนะนั้น(Beliving of the Trauma)ทั้งในยามตื่น และฝันร้ายในยามหลับ
 ที่ยังย้ำคิดแต่เสียงและภาพ ของการเข่นฆ่า คมกระสุน  แรงระเบิด
หมู่บ้านที่ตกอยู่ในกองเพลิง ...ญาติพี่น้องที่ล้มตายอย่างอเนจอนาถ

นานวันเข้าอาการดังกล่าวก็ ยิ่งเรื้อรัง 
เด็กๆที่เผชิญกับเหตุคุกคามร้ายแรงไม่ว่าจะเป็น
การตกอยู่ท่ามกลาง การสาดกระสุนใสกันของทหาร  
เห็นคนฆ่ากันต่อหน้าต่อตา..หรือเหตุเภทภัยต่าง ๆ. เช่น

ไฟไหม้..น้ำท่วม..รถชนกันวินาศสันตะโร
หากต่อมาเขาต้องเผชิญกับเหตุคุกคามเช่นนั้นหรือใกล้เคียงกันอีก
ก็จะก่อเกิดอาการใจสั่นขวัญผวาขึ้นมาอีก ที่นอกจากจะคุมได้แล้ว
ก็ยังเกิดอาการทางกายควบคู่กัน(Somatic Stimuli)ไปด้วย 
เช่น  มึนงง,ปวดหัว,ปวดท้อง,แน่นหน้าอก,อาเจียน,ใจสั่นอย่างแรง
อาการผิดปกติเหล่านี้ เรียกอย่างเป็นทางการว่า ..ภาวะผิดปกติทางจิตใจ
หลังผ่านพ้นเหตุการณ์หายนะ(  PTSD   Post Traumatic stressDisorder  )
ที่เคยมีหลายๆคนไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นกับเด็กๆ
จึงมองข้ามความรู้สึกทุกข์รันทด-หวาดกลัว และ
ความว้าเหว่ของเด็กๆ …

ทั้งๆที่ผู้ใหญ่ยังไม่เข้าใจเลยว่า       
...เด็กๆนั้นเขาต้องกดเก็บความบอบช้ำอย่างท่วมท้น...เหตุก็เพราะ
พวกเขายังขาดทักษะในการพูดจาระบายความรู้สึก จึงได้แต่กดไว้
หรือพยายามกลบเกลื่อนไม่พูดถึง ในขณะที่เกิดอาการผิดปกติที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้
เช่น หลายๆคนมีอาการถดถอย(Regression) เช่น  หวนกลับมาฉี่รดที่นอนอีก 
ติดคนเลี้ยงหนักขึ้น  กลัวความมืด  กลัวคนแปลกหน้าเหมือนสมัยยังแบเบาะ

 แม้เด็กจะไม่พูดถึงเหตุร้ายรุนแรงที่เกิดขี้น
หรือแม้แต่จะเล่าเพียงบางส่วน หรือเล่าอย่างกระท่อนกระแท่น ผิดๆถูกหลงๆลืมๆ
แต่แท้แล้วพวกเขายังคงมีความฝังใจอันเจ็บปวด(Psychic trauma)
ซึ่งอาจส่งผลต่อการชงักงันในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาทางด้านอารมณ์
ทำให้หวาดระแวงมองโลกในแง่ร้าย  เครียดง่าย ก้าวร้าวหงุดหงิดง่าย
มีอาการทางกายต่างๆ อันเนื่องมาจากความเครียดความกลัว...สรุปได้ว่า...
พวกเขาเกิดความล้มเหลวในการปรับตัวให้เข้าสู่ภาวะปกติ...

 เด็กๆจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยมีจิตแพทย์ นักจิตวิทยา
ที่จะต้องมีความใจเย็น อดทน  และพยายามใช้เวลาในการรับฟังด้วยความเข้าใจ
เห็นใจในความรู้สึกอันท่วมท้นของเขา  เพื่อช่วยให้พวกเขาได้ระบายความกลัว
ความรู้สึกผิด ช่วยให้เขาเข้าใจเหตุการณ์นั้นได้ดีขึ้น มีความหวัง มีกำลังใจ
และก้าวต่อไปด้วยความมั่นใจ

 ส่วนพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในครอบครัวก็ควรให้ความเข้าใจ เห็นใจ ปลอบโยน
 และรับฟังทุกอย่าง เพื่อให้เด็กๆเกิดความอบอุ่นใจว่า...เขายังมีคนคอยห่วงใยดูแล
เป็นที่พึ่งและปกป้องเขาได้

 การสังเกตก็เป็นสิ่งสำคัญในขณะที่เด็กๆยังอยู่ในความหวาดผวา เช่น
เด็กๆมักจะนำฉากสยองขวัญที่เขาประสบมา นำมาใช้ในการเล่นของเขา เช่น  นำตุ๊กตุ่นมาวิ่งไล่ทุบตี
 ไล่ยิงไล่ฆ่า หรือทำทารุณต่างๆ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เขาเผชิญมาแล้ว และยังช๊อกอยู่ในความรู้สึก 

ซึ่งนักจิตวิทยาเห็นว่านั่นถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจิตของเด็ก
เพราะเป็นเหมือนช่องทางที่เด็กได้ระบายความกดดัน หรือความเครียดที่กดอยู่ในใจ
ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังได้ใช้การเลนสมมุตินี้เป็นการสร้างทางรอดให้แก่ตนเอง  เช่น 
เจ้าตุ๊กตุ่นสามารถนำพาตนเองและครอบครัวและเพื่อนเด็กๆด้วยกันเหาะข้ามเหล่าทหารที่ตามราวีพวกเขาได้อย่างปลอดภัยที่สุด...

Innocent Voices

www.csip.org