รับน้องโหด

posted on 21 Jun 2009 20:01 by prempapatblong

The passion of freshly
แด่น้องด้วย...อุ้งเท้า !
   
กำกับโดย   พิรุณ สุริยา

บทความโดย...เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์


หนุ่มสาววัยเฉียด 20 ราวๆ 30 คนนั่งกับพื้นเรียงเป็นแถวหน้ากระดาน
ทุกคนหน้าเครียด  ท่าทีหวาดหวั่นในบรรยากาศที่ชวนหดหู่
ทำให้พวกเขาเหมือนอาชญากรที่รอคำพิพากษา 

ครับ…คำพิพากษาจาก “รุ่นพี่” สถาบัน “การศึกษา”
เดียวกันที่มีอายุมากกว่าไม่เกิน 2 ปี
 
“ผมไม่สนว่าพวกคุณจะมาจากที่ไหน
จะซิ่งมาจากที่ไหน แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ ทุกคนต้องทำตามกฏ”   

นาทีนี้แอดรินาลีนในร่างกายของผู้ที่กำลังตวาดคงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
จึงเกิดความรู้สึกสุดฮึกเหิม เพราะวันนี้เขาคือผู้คุมกฎ
ทั้งๆที่มันก็คือกฎเถื่อน ที่ไม่ต่างกับแก็งค์มาเฟีย
หรือกลุ่มอันธพาลที่ข่มขู่รีดไถชาวบ้านที่ไร้พลัง...

 “วันนี้...มีคนละเมิดกฏ คนอย่างนี้จะทำให้ทุกคนเสีย  ...ไป....ออกไปเลย....!”
รุ่นพี่ที่กำลังยืนค้ำหัวรุ่นน้องทุกคนณ ที่นั้น ออกปากเฉดหัวคนที่ไม่สยบยอม

 “เรามาที่นี่เพื่อเรียนรู้ แต่แกดูซิ...พวกมันกำลังทำอะไรกัน???”
“แกะดำ”ที่ถูกตะเพิด ปรับทุกข์กับเพื่อนเฟรซชี่ด้วยกัน ก่อนที่หลังจากนี้ไป
ราคาแห่งความกล้าของเขาต้องถูกตอบแทนด้วย
การไม่มีใครกล้าคบหาด้วย และการโดนรุ่นพี่รุมกระทืบ!...

หนังสั้น The passion of freshly
ของผู้กำกับพิรุณ อนุสุริยา ให้บรรยากาศเคร่งเครียด
และน่าหดหู่ขนาดที่ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่หากได้ดู คงตบอกผาง
และแระกาศลั่น “หากลูกข้าฯโดนกระทำเช่นนี้
ข้าจะเอาเรื่องรุ่นพี่สารเลวพวกนี้ให้ถึงที่สุด”
ในขณะที่บางคนก็อาจส่ายหน้าและพูดว่า
“นี่มันเว่อร์ไปรึเปล่า?”
 
แต่...มันไม่เว่อร์แม้แต่นิดเดียว
เพราะหากใครที่ติดตามข่าว “รับน้องโหด”ที่เกิดขึ้น
...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณอาจพูดว่า นี่ไม่ใช่แค่การเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
แต่ควรช่วยกันผลักดันให้เป็นมาตรการป้องปรามระดับชาติด้วยซ้ำ...
 
“ ...รับน้องโหดพิเรนทร์  ให้รุ่นน้องถอดกางเกง แล้วบังคับให้เอาอวัยวะเพศ
ไปจุ่มน้ำในถุงที่ผสมกับพริกขี้หนูตำละเอียด  ...โดนเทียนไขรนขนเพชร ...
เอาแบบพิมพ์รูปฟันเฟืองมาแนบแผ่นหลังใช้สีสเปร์พ่นใส่ ก่อนจุดไฟแช็กตาม 
ไฟลุกพรึบเต็มแผ่นหลัง จนรุ่นน้องร้องลั่นดิ้นทุรนทุราย…

รุ่นพี่ใช้ เหล้าขาวผสมน้ำแดงจับกรอกปากรุ่นน้องจนเมา
 แล้วให้ ล้อมวงกอดคอและทิ้งน้ำหนักตัวลงกระแทกกับพื้นหาดทราย( “ทิ้งดิ่ง” )
หลายสิบครั้ง กระทั่งรุ่นน้องบาดเจ็บสาหัสและต้องตายเพราะเลือดคั่งในสมอง...ฯลฯ.....”
 
ความถ่อยเถื่อนที่เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษา
ทำให้ตั้งแต่รัฐบาลชุดท่านสุรยุทธ์จนชุดท่านอภิสิทธิ์
มีคำสั่งไปยังทุกสถาบันการศึกษา ว่าการรับน้องทุกครั้งของทุกกลุ่ม
จะต้องได้รับการพิจารณาและตรวจเข้มจากผู้บริหารสถาบันการศึกษานั้นๆ
 หากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมาอีก ผู้บริหารนั้นต้องรับผิดชอบ
(ไม่ใช่ใช้มุกเดิมๆที่ชอบอ้างหน้าตาเฉยว่า ข้าพเจ้า ไม่รู้ไม่เห็นใดๆ)
 และที่สำคัญคือ...ใครจะเข้าร่วมขบวนการรับน้องหรือไม่อยู่ที่ใจสมัคร ห้ามบังคับข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น
 
พฤติกรรมรับน้องโหดใช่ว่าในประเทศที่ศิวิไลซ์จะไม่ปรากฏ
แต่มันก็มีระดับความอุบาทว์และรุนแรง จนถึงกับในสหรัฐอเมริกา
ต้องออกเป็นกฏหมายต่อต้านการรับน้อง( Anti-Hazing Law)
หนำซ้ำยังระบุว่า ซีเนียลิตี้คนใดที่ทำทารุณน้องคือผู้ต้องหาในคดีอาญาแผ่นดิน

เหตุใดรุ่นพี่จึงชอบทำทารุณรุ่นน้อง ?
 .
..ทั้งๆที่ตนเองก็เคยโดนทรมานทรกรรมจนเกิด
ความเกลียดชังรุ่นพี่ที่บ้าอำนาจมาก่อน

ในทางจิตวิทยานั้น เขาถือเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง
(Identification with Aggressor = เลียนแบบผู้ก้าวร้าว) 
มันโกรธความชิงชัง(ที่ตนเคยถูกกระทำมาก่อน)ที่คละเคล้าไปกับ
ความชื่นชมจนตนชักอยากจะใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างรุ่นพี่บ้าง
มันคือความอยากตอบสนองความรุนแรง(Sadism)ที่ซ่อนเร้น
อันมีรากเหง้ามาจากความอ่อนแอในจิตใจของตน
 
บรรดารุ่นพี่ที่ขาดวุฒิภาวะเหล่านี้จึงปฏิบัติกับรุ่นน้องอย่างขาดเมตตาและทารุณกรรม
ดังมรดกบาปที่สืบทอดกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น บุคคลพวกนี้โดยส่วนลึกแล้วมักจะรู้สึกถึง
ความต้ำต้อยด้อยค่าของตนอยู่เสมอ ซ้ำยังเก็บกดความขุ่นเคืองขุ่นแค้นมาตั้งแต่วัยเด็ก 
เมื่อการรับน้องแบบอุบาทว์และโหดร้ายกลายเป็นที่ยอมรับ(สยบยอม)ในสังคมบางกลุ่ม
บุคคลที่มีปัญหาทางจิตเหล่านี้จึงถือโอกาสนั้นระบายออก (Displacement)
กับผู้ที่ตนเห็นคิดเอาเองว่าอ่อนแอกว่า...ด้อยกว่าตนเอง

รุ่นพี่ปี 3  “  เฮ้ยยยย...ปีนี้น้องคนไหนมันไม่เคารพรุ่นพี่บ้างวะ?”
รุ่นพี่ปี 2 “  มีคนนึงครับพี่!”

รุ่นพี่ปี 2 “ มึงสก๊อตจั้มเลย  30 ที”
รุ่นพี่ปี 3  (ถีบน้องปีหนึ่งโครม ขณะที่เขากำลังสก๊อตจั้ม) “ ไปให้พ้นหน้ากูเลย...ไป๊....”

การยกเหตุผลว่า การบังคับขู่เข็ญน้องสารพัดนั้น
เป็นการฝึกความอดทน..มีวินัย...เป็นภูมิต้านทานเพื่อการทำงานในอนาคต...
เป็นกลวิธีสร้างความรักความผูกพัน..ฯลฯ....

ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่ไร้เหตุผลทั้งสิ้น! ( Rationalization ) 
มันคือความพยายามปกป้องตนเองและขุดหาข้ออ้างเพื่อการได้ระบายสัญชาตญาณดิบๆเถื่อนๆ
อย่างถูกต้องชอบธรรม ...อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อหลอกตนเองไปวันๆว่า…
ข้าพเจ้าคือผู้รักษาประเพณีที่สืบทอดกันมาให้สืบต่อไป และบัดนี้ข้าพเจ้าคือผู้คุมกฏ
ดังนั้นข้าพเจ้าก้จักต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด( เอาให้หนัก) .....

“คนที่มีแรงขับแบบชอบทำลาย มักคิดหาเหตุผลบ้าๆบอๆเข้าข้างตัวเองเสมอ
จริงๆแล้วคนพวกนี้มีความเกลียดชังตนเอง และคอยหาเหยื่อเพื่อระบายอารมณ์”
 
“ความกระหายอำนาจมาจากความอ่อนแอของตน
ความบ้าอำนาจสะท้อนให้เห็นถึงแรงขับอันไร้เหตุผล ที่ผลักดันให้เราอยากกดหัวผู้อื่นอยู่ร่ำไป...”
(  ทัศนะของ ปรมาจารย์ทางจิตวิเคราะห์ อิริค ฟรอมม์ )

--------------------------------------------------------- 

เนื้อหาข่าว

4นศ.สาวช็อก รับน้องโหด ต้องหามส่งรพ.  (ไทยรัฐ)

รุ่นพี่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช รับน้องทั้งโหด-พิเรนทร์ให้
ตากแดดตั้งแต่เช้า ห้ามกินข้าวเที่ยง ให้รอกินข้าวเย็นหนเดียว
แถมให้เป่าลมออกจากท้อง ก่อนดื่มน้ำรสชาติแปลก
จนรุ่นน้องอ้วกแตกเป็นแถว ก่อนให้วิ่งขึ้นเขาอีก 2 กิโลเมตร
ทำให้นักศึกษาน้องใหม่อีกจำนวนหนึ่ง  หมดแรงล้มฟุบบริเวณเชิงเขา 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.50 น. วันนี้ (28 พ.ค.)
นักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จำนวน 4 คน
ประกอบด้วย  นางสาววรรณดี วงศ์สวัสดิ์ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์
นางสาวชไมพร บรรจงเมือง คณะวิทยาการจัดการ วิชาเอกคอมพิวเตอร์
นางสาววัชรี สามเสียง คณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกภาษาอังกฤษ
ส่วนอีก 1 คนยังไม่ทราบชื่อ ถูกชาวบ้านและเพื่อนนักศึกษาช่วยกันหามส่ง
โรงพยาบาลพรหมคีรีอย่างเร่งด่วน หลังนักศึกษาทั้ง 4 คน 
ช็อกล้มหมดสติ บริเวณเชิงเขามหาชัย 

ด้านหลังของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ท้องที่ ม. 4 ต.ท่างิ้ว
อ.เมืองนครศรีธรรมราช  ที่นักศึกษารุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมรับ น้องใหม่