ฝนตกครั้งใด...อย่าลืมใส่ใจ...ภัยในบ้าน...

ย่างเข้าหน้าฝน...เด็กๆก็คงชอบอากาศหลังฝนตกที่ทั้งสะอาดและสดชื่น
แต่สิ่งที่ไม่มีใครชอบก็คือความเฉอะแฉะ น้ำเจิ่งนองไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก
นี่ยังไม่ได้พูดถึงภาวะน้ำท่วมที่เป็นมหันตภัยที่มักมาพร้อมฤดูฝน
ในขณะที่หลายๆครอบครัวเจอปัญหาน้ำเข้าบ้าน บรรดาสัตว์ทั้งหลาย
ก็ต้องลำบากลำบนไม่น้อยไปกว่าคน ที่ต้องพากันหนีน้ำจ้าละหวั่น
และสถานที่หลบภัยอันเป็นที่นิยมของพวกมันก็คือ...บ้านคนครับผม!

ซึ่งนั่นไม่ได้เพียงสร้างความน่ารำคาญหรือขยะแขยงให้แก่เด็กๆ
แต่มันอาจนำมาซึ่งการเสียชีวิต...!

โดยเฉพาะสัตว์พิษร้ายทั้งหลายที่มักซุกซ่อนอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึง
ไม่ว่าจะเป็นใต้บันได-ซอกตู้-กองผ้าที่รอซัก-ใต้ผ้าห่ม
แม้กระทั่งในถุงเท้านักเรียนของลูก...
หรือแม้แต่จู่ๆก็เลื้อยยั้วเยี้ยอย่างท้าทายเข้ามาในบ้านอย่างไม่ทันตั้งหลัก

หน้าฝนระวัง... สัตว์มีพิษ

แมงป่อง (Scorpions)


ตัวเล็กๆแต่ต่อยทีเดียว ช่างแสนปวดทรมาน หรือ...ถึงตาย
พิษร้ายของมันอยู่ที่ปลายหางซึ่งยกขึ้นดูน่ากลัว
เด็กๆ(หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) หากโดนมันตวัดหางต่อยเข้าจึ๊กเดียว
จะถึงกับปวดแปล๊บทันที แล้วพอถึงนาทีที่30 จะรู้สึกปวดมาก
ทั้งบวมแดง และแสบร้อน ปวดหัว อาเจียน มีไข้สูง หัวใจเต้นรัว
หากไม่รีบรักษา อาจมีอาการชัก น้ำคั่งปอด และอาจเสียชีวิตจากภาวะ
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด

ช่วงหน้าฝน...ในเวลากลางวันมันชอบหมกอยู่ตาม ซอกหิน,
ซอกไม้แมงป่อง แต่พอพลบค่ำยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน
มันมักจะโผล่มาเห็นมากกว่าในฤดูอื่น
คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยสำรวจตรวจตรา
โดยเฉพาะตามผนังห้อง(ทุกห้อง) ,ในห้องน้ำ, ห้องครัว ,
กระทั่งในท่อแอร์ (เพราะเจ้าแมงป่องมันชอบที่เย็นๆ)

ตะขาบ (Centipedes)


แค่นึกถึงรูปลักษณ์อันน่าสยดสยองของมันก็ขนลุกเกรียวแล้ว
ยิ่งรู้ว่าพิษร้ายของมันฉกาจฉกรรจ์ไม่เบา ก็ยิ่งภาวนาว่าอย่าให้ได้เจอกันเลย
แต่เขตร้อนชื้นอย่างบ้านเรานั้นตะขาบชุกซะด้วยซิครับ ยิ่งหน้าฝนก็ยิ่งยั้วเยี้ย
ในตอนกลางวันมันก็เหมือนแมงป่องที่ชอบซุ่มอยู่ในที่เย็นๆ (โดยมากเป็นแถวใต้ก้อนหิน)
กลางคืนมันถึงจะเลื้อยออกมาหาเหยื่อ เช่นแมลงต่างๆ
เขี้ยวพิษของตะขาบ มีอยู่ 1 คู่ ซึ่งอยู่ที่ปล้องแรกของลำตัว
ใครโดนมันกัดจะมีรอยเขี้ยวเป็นจุดเลือด2จุด แผลจะเหมือนรอยไหม้
พิษของตะขาบจะแผ่ซ่าน เกิดอาการบวมแดง ปวด ร้อน อาเจียน ปวดหัว มึนงง
กระทั่งเป็นอัมพาตในบริเวณที่ถูกมันกัด แถมอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนด้วยครับ

 

งู ....


นอกจากสัตว์ร้ายสองชนิดที่พึงต้องระวังแล้ว “งู”
ยังเป็นอสรพิษซึ่งมักเป็นแขกที่ไม่ได้เชิญในฤดูฝนชุก
บ้านใครอยู่ใกล้แหล่งน้ำต้องใม่ลืมว่า มันมักหนีน้ำขึ้นมาซุก
หรือถึงกับโผล่พรวดเข้ามาในบ้าน งูเมืองไทยมีมากมายหลายชนิด
ทั้งแบบไม่มีพิษ และมีพิษ (ที่มีพิษร้ายก็ เช่น งูเห่าไทย,งูจงอาง ,
งูสามเหลี่ยม,งูทับสมิงคลา ,งูแมวเซา ,งูกะปะ ,และงูเขียวหางไหม้ ...)

หากลูกถูกงูกัด ให้รีบดูที่บาดแผล ถ้าโดนงูไม่มีพิษกัด
แผลของลูกจะมีเป็นแค่รอยฟันงูเป็นรูปครึ่งวงกลม ไม่มีรูหรือรอยเขี้ยว
ถ้าเป็นงูพิษจะมีรอยเขี้ยว มี 2 รอย ระยะห่างกันประมาณ 0.5-3 เซนติเมตร
(แล้วแต่ว่าเจ้างูตัวเล็กหรือตัวใหญ่) แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนะครับ
เพราะถ้ามันงับมากกว่าหนึ่งครั้ง ก็จะอาจจะมีหลายรอย (หลายรู)
หรือถ้างับไม่จมเขี้ยวก็อาจมีเหมือนรอยข่วน หรืออาจเห็นเพียงรอยข้างเดียว
แต่ถึงอย่างไรพิษของมันก็ซึมแทรกเข้าสู่ร่างกายได้เสมอ

นอกจากนั้นลักษณะของงูที่มีพิษนั้น ตาของมันจะเรียวรี
รูจมูกทั้งสองรูจะอยู่ข้างๆ หัวของมันเป็นรูปสามเหลี่ยมและมักมีรอยบุ๋มอยู่ตรงกลางระหว่างหัวตา

หลังจากถูกงูพิษกัด จะเกิดอาการบวม ปวดแผลที่ถูกกัด มีเลือดออกใต้ผิวหนัง
อ่อนแรงลงเรื่อยๆพูดอ้อๆแอ้ๆ หายใจติดๆขัดๆ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไตวาย อาเจียน,
หมดสติ และเสียชีวิต (อาการอาจแตกต่างกันบ้าง แล้วแต่โดนงูพิษชนิดใด)

เพื่อมิให้พิษงูแผ่ซ่านอย่างรวดเร็ดใครถูกงูพิษกัดให้นอนนิ่งๆ
ไม่ต้องให้ดื่มสิ่งกระตุ้นใดๆเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มคาเฟอีนทั้งหลาย

.... วิธีปฐมพยาบาล เมื่อโดนอสรพิษทั้งหลายกัด หรือ ต่อย...............

แม้ลูกโดนงูไร้พิษฉกกัดก็ใช่ว่า จะละเลยหรือแค่ทายาหม่อง
แต่จะต้องพาลูกไปห้องน้ำแล้วเปิดก๊อกล้างแผลโดนให้น้ำไหลผ่านให้มากๆ
จากนั้นเช็ดให้แห้งแล้วทาด้วยครีมปฏิชีวนะและปิดด้วยผ้าพันแผล
แล้วพาไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์พิจารณาฉีดยากันบาดทะยักครับ


แมลงกัดต่อย
ช่วงฝนชุก สัตว์พิษร้ายอาจเป็นเพียงแขกจร แต่แขกขาประจำตัวจริงก็คือที่
นั่นก็คือ...บรรดาแมลงสารพัดชนิดที่มักแห่กันมาเป็นกองทัพ !
ยังดีที่โดยมากก็มักแค่สร้างความรำคาญปนขยะแขยงให้แก่ลูกๆของเรา
แต่ยังมีแมลงอีกหลายพันธที่ทั้งต่อยทั้งกัดทุกคนที่ขวางหน้า
ทำให้เด็กๆเกิดอาการคันหรือเจ็บจี๊ด บางคมก็ถึงกับเกิดเป็นภูมิแพ้หลัง
ถูกแมลงกัดต่อย อาจจะภายในไม่กี่นาที หรือหลายวันหลังจากนั้น

อาการภูมิแพ้มีตั้งแต่คัน และปวดบริเวณที่ถูกต่อยถูกกัด ,เป็นลมพิษ,
ปวดข้อปวดกนฃระดูก,ไข้ขึ้น บางรายมีอาการมาก มักอาเจียน,ปวดท้อง,
ปวดหัว,คอบวม, เป็นลม และ อาจถึงกับเสียชีวิต
กรณีลูกมีอาการแพ้มากให้รีนำส่งโรงพยาบาลโดยทันที

---------------------------------------------------------------------

หน้าฝนระวัง...ไฟช๊อต ! ไฟดูด ! หากตัวเปียก มือเปียก หรือนิ้วเปียก
ไม่ว่าจะเพราะเพิ่งตากฝนมา หรือเพิ่งอาบน้ำเสร็จ(แต่ยังไม่เช็ดตัวให้แห้ง)
ห้ามกดสวิตฃ์ไฟ-ห้ามเสียบสายไฟ,ห้ามแตะต้องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเสียบปลั๊กไฟ
เพราะมันเสี่ยงอย่างยิ่งกับการโดนไฟดูดไฟช๊อต

ร่างกายที่เปียกชื้นทำให้ความต้านทานต่อไฟฟ้าของเราลดลงไปอย่างมาก
กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านร่างกายได้ง่ายขึ้นและแรงขึ้นจนถึงกับเสียชีวิตได้
บ้านใดที่ใช้เครื่องทำน้ำร้อน จะต้องมีการต่อสายดินและติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วเพื่อเสริมความปลอดภัย

อย่าปล่อยให้หลังคารั่ว กำแพงร้าว จนน้ำฝนซึมเข้าบ้าน
เพราะเสี่ยงกับการโดนไฟช๊อตไฟดูด โดยเฉพาะเต้าเสียบไฟที่เปียกชื้น ,
น้ำที่ขังหรือนองบริเวณที่ตั้งของตู้เยฌ็น,เครื่องซักผ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัด
(ทีวี,วิทยุ,คอมพิวเตอร์ ฯลฯ)ที่เปียกฝน หรือเลอะน้ำ แม้แต่กริ่ง,อ๊อดหน้าประตูบ้าน
ก็ควรเป็นชนิดกันน้ำได้ และมีฝาปิดให้สนิทด้วย

ใช้ไขควงเช็คไฟให้เป็นประโยชน์
ไขควงเช็คไฟ หาซื้อได้ตามห้างหรือร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยทั่วไป
อันละไม่แพง แต่มีประโยชน์มาก ใช้นำมาแตะเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นในบ้าน
หากแตะชิ้นใดปุ๊บมีไฟแดงขึ้นที่ด้ามปั๊บ นั่นย่อมหมายถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นมีไฟรั่ว
จะต้องตามช่างหรือส่งไปซ่อมโดยทันที (เครื่องไฟฟ้า เช่น เครื่องทำน้ำร้อน,ตู้เย็น, ตู้น้ำดื่ม,เครื่องปั๊มน้ำไฟฟ้า ฯลฯ ควรมีการต่อสายดิน)

พื้นเปียกน้ำอาจนำภัยร้ายแรงมาสู่เด็กๆ
พื้นเปียกแฉะทำให้เด็กๆอาจลื่นล้มแขนขาหรือหัวฟาดพื้น
ยิ่งฝนตกบ่อยๆคุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องหมั่นสำรวจ
เห็นพื้นเปียกเมื่อใดก็ต้องเช็ดถูให้แห้งไว้เสมอ บรรดาผ้าปูพื้น
เช็ดพื้นก็เช่นกันหลายบ้านปล่อยให้เปียกชื้น หรือฃุ่มน้ำอยู่อย่างนั้น
กระทั่งวันหนึ่ง เจ้าตัวเล็กเดินหรือวิ่งไปเหยียบแล้วไถลพรืดไปอย่างแรง ...อะไรจะเกิดขึ้น?

ยิ่งกรณีหากพื้นตรงระเบียงบ้านเปียกน้ำ จะต้องห้ามไม่ให้ลูกออกไปเล่น
ถ้าลูกยังเล็กๆการห้ามอย่างเดียวจะไม่ได้ผล ผู้ใหญ่จะต้องล็อคประตูไม่ให้เขาออกที่ระเบียงอย่างเด็ดขาดครับ

เคยเกิดกรณีเด็ก 3 ขวบไปวิ่งเล่นหน้าระ เบียงของคอนโดแห่งหนึ่ง
ในขณะที่พื้นเปียกไปหมด ผลก้คือ...เด็กพลัดลื่นแล้วลอดราวระ เบียงและ
ร่วงหล่นลงมาจากชั้นที่ 22 ! นอกจากเพราะพื้นที่เปียกฝนแล้ว
ซี่หล็กราวระเบียงก็ยังมึตวามห่างระหว่างซี่เกินกว่า 9 เซนติเมตร (เพื่อกันเด็กตก
ซี่เหล็กของราวระเบียงไม่ควรห่างเกินกว่า 9 ซม.)

ปีนี้ฝนฟ้าทำท่าจะมาเร็ว
หลายคนชื่นอกชื่นใจกับบรรยากาศสดชื่นหลังฝนตก
ซึ่งมาแทนที่อากาศที่ร้อนระอุเนื้อตัวเหนอะหนะเช่นหน้าร้อนที่ผ่านมา
แต่ก็ใช่ว่าละเลยเรื่องของความปลอดภัย เพราะ เมื่อใดที่ฝนมานอกจากพาเอาความสดชื่น
มันยังนำมาซึ่งภัยเล็กๆน้อยๆกระมั่งมหันตภัยเลยทีเดียว!.....”

www.csip.org

Comment

Comment:

Tweet

The mastery of link building prices of <a href="http://www.linksexperts.com">link services</a> supposes to be real for business owners. Furthermore, it is very important for websites.

#7 By TiaBird25 (193.105.210.41) on 2011-11-19 13:21

วันนี้งูมาที่บ้านด้วย แง่ๆๆๆๆๆ

#6 By คนรักหมากับแมว (222.123.44.133) on 2010-07-31 14:40

confused smile confused smile

#5 By mp3 (117.47.182.20) on 2009-07-04 20:58

เวลาฝนตก!!!

ก็ระวังๆกันด้วยน่อ...

^_______^
ลูกตะขาบหรือตัวอะไรที่มันคล้ายๆตะขาบ แต่ตัวเล็กๆๆ ไปทุกซอกทุกมุมเลย น่ากลัวๆ
จริงแฮะ..เวลาฝนตกส่วนใหญ่นึกถึงแต่ราวผ้า

หน้าต่าง ประตู อย่างมากก็เรื่องไฟฟ้า

แต่ไม่เคยนึกถึงพวกสัตว์ร้ายนานาชนิดHot! Hot! Hot!
สยองตะขาบ น่ากลัว~

#1 By SenZoR™ on 2009-04-30 21:58