คุณเป็นโรคประสาท รึเปล่า ? ??
posted on 01 Oct 2008 11:32 by prempapatblong
คุณเป็นโรคประสาท รึเปล่า ? ??
บทความโดย...เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com/
ข่าว'ม่ายสาว' พ่ายชีวิต หนี้สินท่วม ฆ่าลูก 5 ขวบ-ยิงตัว [1 ต.ค. 51 - 03:43]
http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=106075
โรคประสาท(Neurosis) คือ อะไร?...
คือ ความผิดปกติของจิตใจ
ที่มักเกิดจากความคับข้องใจ ผสานกับความขัดแย้งในใจที่สั่งสมมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่
และความขัดแย้งคับข้องใจนี้ โดยมากเกี่ยวเนื่องกับเรื่องทางเพศและความก้าวร้าว
สิ่งที่ต่างจากโรคจิตก็คือ โรคประสาทมักจะ....
1...ผู้ทุกข์มักจะรู้ตัวว่า ตนเองนั้นผิดปกติ มีความเครียด หวาดกังวล
หรือรู้สึกเศร้ามากจนเกินไป
2... มักไม่มีอาการหลงผิด ประสาทหลอนหรือเห็นภาพลวงตา
3... ยังคงพอที่ จะเรียนหนังสือ-ทำงาน-ทำกิจกรรมส่วนตัว
หรือพอจะอยู่ในสังคมกับคนอื่นได้ แต่มักจะไม่ดีไม่ราบรื่นเท่าผู้ที่ปกติทั่วไป
4... บุคลิกภาพมักไม่เปลี่ยนหรือเสียไปแทบทั้งหมดเหมือนผู้ป่วยด้วยโรคจิต
โรคประสาท แบ่งออกได้หลายประเภท เท่าที่พบเห็นได้ค่อนข้างบ่อย
(ทั้งในหนังและในชีวิตจริง) เช่น ....
1 ) โรคประสาทหวาดกังวล(Anxiety Neurosis)
2 ) โรคประสาทย้ำคิดย้ำทำ(Obsessive-Compulsive Reaction)
3 ) โรคประสาทฮีสทีเรียHysterical Neurosis
4 ) โรคประสาทซึมเศร้า(DepressiveNeurosis )
5 ) โรคประสาทกลัว(PhobiaNeurosis)
และ.....ฯลฯ.................
เป็นไงครับ...แค่คำจำกัดความและจัดประเภทก็เหนื่อยทั้งคนเขียนและคนอ่าน
แต่ถึงยังไงก็ขอแนะนำว่า ให้อ่านทวนอีกสัก 1เที่ยว แล้วอย่าเพิ่งรีบปวดหัวนะครับ
เพราะตั้งใจว่าจะยกมาคุยกันแค่ 2ประเภท ซึ่งมีสอดแทรกอยู่ในภาพยนตร์หลายเรื่อง
เหลือเกิน นั่นคือ โรคประสาทย้ำคิดย้ำทำ และ ซึมเศร้า...
“พูดประโยคเดียวกันซ้ำๆเหมือนคุมตัวเองไม่ได้ ...วนเวียนอยู่กับการฟอกสบู่ถูมือวันละหลายๆครั้ง
จนมือแตกเลือดซิบ ...คิดวนเวียนในเรื่องรังเกียจความสกปรก คิดซ้ำๆในเรื่องของเชื้อโรคอย่างหนัก
ทำให้ถึงกับแก้ผ้าโทงๆและเอากล่องทิชชูมาสวมแทนรองเท้า เพราะกลัวเชื้อโรคติดเสื้อผ้า และรองเท้า....”
พฤติกรรมของโฮเวิร์ด ฮิวจ์ ในThe Aviator
“คุณทำบ้าอะไร? ...ทำบ้าอะไร? ฟังให้ดีๆนะ...ฟังให้ดี ฟังให้เข้าใจ
เราจะถ่ายรูปให้เหมือนเป็นคู่รักที่รักกันมาก...รักกันมาก...
ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน...รักกัน...รักกัน...เป็นผัวเมียที่อยู่ด้วยกัน...รักกัน...ต้องให้ดูดี...ดูดี...
อย่าทำหน้าทุเรศอย่างนั้นสิ!...ต้องดูดี...ดูดี....”
( บิลลี่พูดย้ำไปย้ำมากับแฟนใน Buffalo 66)
“เวลาเขาเดินไม่ยอมเหยียบรอยเส้นบนพื้น -ก่อนใส่รองเท้าต้องนับเลขๆไปๆมาๆ
-ล้างมือวันละหลายๆหน-เอาทิชชูรองมือทุกครั้งที่หมุนลูกบิดประตู
-ไปทานอาหารที่ไหนต้องพกช้อนส้อมไปเอง ฯลฯ.....)
( พฤติกรรมของเมลวิน ในAs good as it gets)
ถามว่าคนที่มีอาการอย่างข้างต้นนี้ เขาไม่รู้สึกรำคาญตนเองบ้างหรือ?...
คำตอบก็คือ ทั้งแสนจะรำคาญและยังแฝงด้วยความรู้สึกเศร้าใจครับ แต่ก็แก้ไขด้วยตนเองไม่ได้
แม้พยายามฝืน หรือระงับยับยั้งได้บ้าง แต่เมื่อเครียดหรือเกิดความกังวลกลัวมาก
ก็จะคุมไม่อยู่ทั้งการย้ำคิดและย้ำทำ
ซึ่งโดยมากก็ไม่พ้น คิดวนเวียน คิดซ้ำๆกับความกลัวเชื้อโรค,สิ่งสกปรก,
ถ้อยคำแช่งด่า หรือหยาบช้าลามก,กลัวอย่างเกินเหตุที่จะมีสิ่งเลวร้ายหายนะมาเกิดกับตน
และคนที่ตนรัก หรือรู้สึกผิด-บาป
ซึ่งเจ้าตัว(ผู้ทุกข์)เองก็มักจะรู้ตัวอยู่แล้วว่า การ “ย้ำคิด”มันมากล้นจนไร้เหตุผล
แต่ตนเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอาการนี้ขึ้นได้อย่างไร? มันเชื่อมโยงกับสิ่งใดและ
ไม่สามารถหลุดพ้นออกจากวังวนของการย้ำคิดย้ำทำได้
ดังนั้นการ “ย้ำทำ”จึงมักตามมา เพื่อช่วยผ่อนคลายช่วยลดความกังวลกลัว
หรือความรู้สึกผิดจากการย้ำคิด โดยมักจะออกมาเป็นพฤติกรรมที่ซ้ำๆแปลกๆ ทั้งที่เจ้าตัวก็ทุกข์
และอับอายผู้ที่พบเห็น แต่ก็ระงับการกระทำนั้นไม่ค่อยได้
แล้วยังทำให้เวลาต้องหมดไปกับ”พิธีกรรมย้ำทำ”มากยิ่งขึ้นทุกที...
( เช่น หญิงสาวคนหนึ่ง เธอจะต้องตบหน้าตนเองและไหว้ ไปรอบๆทุกครั้ง
เธอจะทำเช่นนี้ทุกครั้ง และนับวันก็จะทำมากขึ้น
หลังจากที่เธอนึกแช่งด่าให้มารดาของตนถูกรถชนตาย ซึ่งเธอไม่สามารถคุมความคิดนี้ได้)
ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า โรคประสาทชนิดนี้เกิดจากความผิดปกติของ
โครงสร้างทางเคมีในสมอง(สารสื่อประสาทSerotonin)บวกกับประสบการณ์
ตั้งแต่วัยเยาว์ที่ได้รับความเข้มงวดกดดันจนเกินไป
จากการเลี้ยงดูของผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกแบบสมบูรณ์แบบนิยม(Perfectionist)
หรือ เจ้าอารมณ์ รุนแรง(Impulsive)
“ สมัยเป็นเด็ก ถ้าผมเล่นเปียโนผิดคีย์ไปนิดเดียว จะโดนพ่อเฆี่ยนจนแทบตาย”
(เมลวินเล่าให้เพื่อนฟังใน As good as it gets)
“เมื่อลูกหมาแสนรักของหนูน้อยบิลลี่ดันเข้าไปฉี่ในบ้าน มันก็ดดนพ่อบีบคอจนตาทะลัก
เขาทำลายมันโดนไม่แคร์ความรู้สึกของลูกเลย”
(Buffalo 66)
หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกแบบขี้กลัวกังวลจนเกินเหตุ แถมเอาแต่พร่ำบ่น
หรือย้ำเตือนอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นกิจวัตร ก็มีโอกาสทำให้เด็กกลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ
เพราะเกิดความหวาดกังวลที่ฝังใจ
“คุณแม่สาวสวยประคบประหงมลูกชายวัยราว 7 ขวบด้วยการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้
(ในวัยที่ควรจะอาบน้ำเองได้แล้ว)ปากก็พร่ำพูดถึงเชื้อโรคร้ายนานาชนิด ที่กำลังแพร่ระบาด
หนำซ้ำยังให้ลูกชายท่องประโยค “ป้อง-กัน-เชื้อ-โรค ”ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
(นี่คือความกลัวและการย้ำคิดของแม่ที่ถ่ายทอดมาสู่ลูกชาย
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง The Aviator
การเยียวยารักษา คุณหมอมักจะใช้ยาเป็นหลักในการรักษา
ซึ่งปัจจุบันมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต โดยยาจะช่วยปรับการทำงานของสารซิโรโทนินในสมอง
และเสริมรักษาด้วยการทำพฤติกรรมบำบัดอันจะมีเทคนิคที่ช่วยให้ผู้ทุกข์ค่อยๆปลดความหวาดกังวลออกไป
จากน้อยไปสู่มาก และจะมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ร่วมด้วยกับวิธีจิตบำบัด เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงที่มาที่ไปของอาการย้ำคิดย้ำทำ
ซึ่งจะช่วยให้เขาปรับตัวปรับใจได้ดีขึ้นอย่างมาก.....
โรคประสาทซึมเศร้า(DepressiveNeurosis )
...องค์การอนามัยโลกคาดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า 154ล้านคน !
โดยในจำนวนนี้จะมีคนไทยร่วมแจมป่วยด้วย 12 ล้านคน!!
…ธนาคารโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้มีผลการวิจัยออกมาว่า...
โรคซึมเศร้า กำลังจะเป็นปัญหาแก่มนุษยชาติ โดยจะตีคู่สูสีกับปัญหาโรคหลอดเลือดหัวใจที่กำลังอยู่ในอันดับที่ 1...
จิตแพทย์อภิชัย มงคล รองอธิบดีสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคนไทยป่วยด้วยโรคซึมเศร้าถึง 3 ล้านคน !
“เสียงน้ำตกมันดังเหมือนโกรธใครมา เหมือนคนที่โกรธใครๆ
แล้วคิดจะฆ่าตัวตาย...ถ้าฉันจะตาย...ฉันจะมาที่นี่”
(รสรำพันกับพีท เมื่อยืนอยู่หน้าน้ำตกภาพยนตร์เรื่อง “ความรักครั้งสุดท้าย”)
เซร่า “ ฉันอยากรู้ทำไมคุณถึงกลายเป็นไอ้ขี้เมา ?”
เบน “ม่ายรู้...มันจำไม่ได้น่ะ จำได้แต่ว่า
ผมมาลาสเวกัสก็เพื่อมาดื่มๆๆๆ แล้วจะได้ตายๆๆๆๆไปเลย.....”
( เบน ในภาพยนตร์เรื่อง Living Lasvagas)
ยกไจ๋ “นกไร้ขา...มันได้แต่บิน และ บิน เหนื่อยก็นอนในสายลม
ในชีวิตจะลงดินก็เพียงครั้งเดียว คือเมื่อถึงวันตาย ”
(ยกไจ๋ กับการดำเนินชีวิต ที่ทำลายตัวเองโดยไม่รู้ตัวใน Days of being wild)
“ผมเดินมาจนสุดทางแล้วที่รัก วันเหลือเพียงภาพมายา
...ผมอยากตายตามคุณไป ที่รัก”
(หนุ่มโจอี้คร่ำครวญถึงสาวคนรักที่ตายจาก ใน Dead Leaves)
“ผู้ป่วยสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เธอเสียใจและซึมมาก บ่นบ่อยๆว่าตนเองไร้ค่า
เป็นภาระแก่ครอบครัวตลอดมา ต่อมาผู้ป่วยได้ซื้อยานอนหลับมาสะสมทีละ 5-10 เม็ด”
(กรณีตัวอย่างของคนไข้โรคซึมเศร้า ที่เสียชีวิตเพราะการฆ่าตัวตาย)
คำพูดและเหตุการณ์ข้างต้นนี้ทั้งหมด คือการส่ง “สัญญาณ -ฆ่าตัวตาย”
ของผู้ที่ป่วยด้วยโรคประสาทซึมเศร้า ที่ผู้ดูแลจะต้องใกล้ชิดเอาใจใส่อย่างยิ่ง
เพราะ... ทุก 40 วินาทีจะมีคนฆ่าตัวตาย 1 คน
และ คนที่ฆ่าตัวตายนั้น กว่า90 % ป่วยด้วย...โรคซึมเศร้า
อะไรอยู่ภายในใจของคนที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ?
...เบื่อ...เซ็ง...ท้อบ่อยๆอย่างไร้เหตุผล รู้สึกคุณค่าของตน( Self-esteem)ลดลง..ลดลง
รู้สึกผิด-บาปและนึกดูถูกตำหนิตนเองเสมอๆ
เกิดอารมณ์เศร้าบ่อยๆบางครั้งก็รุนแรง เบื่อโลก ความคิดอยากตายมักผุดขึ้นมาบ่อยๆ
“ก่อนฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยมักเกิดความหดหู่และเศร้า
และระลึกถึงอดีตได้อย่างคลุมเครือและแบเหมารวม
คือแยกแยะรายละเอียดได้ไม่ชัด การทบทวนความหลังเช่นนี้
ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า...อดีตที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น...มันช่าง...ไร้ค่า...น่าเศร้าอย่างเป็นที่สุด
...ฉะนั้น...ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วที่จะมีชีวิตอยู่!...”
ศาสตราจารย์มาร์ค วิลเลียม ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านจิตวิทยาคลินิก
การรักษาทำอย่างไร ? ในยุคนี้ในการรักษาโรคซึมเศร้าจัดได้ว่า มีประสิทธิภาพกว่าเดิมมาก
ทั้งในเรื่องของยาต้านเศร้า...ควบคู่กับการรักษาด้วยวิธีจิตบำบัด
และคุณหมอมักแนะนำให้คนไข้ ให้ขยันหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
เพื่อคลายเครียดคลายเศร้าและสดชื่นแจ่มใสทั้งกายและใจ....
ขอให้เอาใจใส่ดูแลตนเองและคนใกล้ชิดให้ดีนะครับ...เพราะ
โรคซึมเศร้าหากปล่อยปละละเลย ไม่ทำความเข้าใจ
ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โอกาสที่ผู้ป่วยจะทรุดลงและฆ่าตัวตายมีสูงถึงเกือบ 20 %
ยิ่งหากปล่อยไว้จนกำเริบรุนแรง ตัวเลขของการฆ่าตัวตายจะสูงถึง 50% !!!
(จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในซานดิเอโก)
..ขอบคุณ ความรู้ ..ขอบคุณค่ะ 
ละเอียดดีจังเลยครับ ^^
#1 By ณ on 2008-10-01 23:56