โดยเปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์
   
บอดี้ ศพ 19
“หมอโรคจิต-ฆ่าต่อเนื่อง”

หมายเหตุ

มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนต์

ต้องกราบขออภัยสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับชม

ช่างหาทำยายากเต็มที
ที่หนังไทยของเราจะใช้ปมเงื่อนทางจิตวิทยามาเป็นตัวเดินเรื่อง
หรือเป็นประเด็นสำคัญ เท่าที่เคยได้ดูมาก็พบว่ามีอยู่แค่ไม่กี่เรื่องที่เข้าท่า
และพอจะชื่นชมได้อย่างเต็มปากว่า ทางผู้สร้าง ผู้เขียนบทนั้น เขาช่างค้นคว้า ช่างศึกษา
วิเคราะห์ หนังจึงได้ออกมาสมจริง และมีเหตุมีผล มีแง่มุมที่ลึกซึ้งในเชิงจิตวิทยา
เช่น   เรื่องน้ำพุ(ผลงานของ ยุทธนา มุกดาสนิท) และ จันดารา(นนทรี นิมิบุตร)
 
ส่วนเรื่องบอดี้-ศพ19นั้น
นอกจากจะมีประเด็นทางจิตวิทยา
ยังกล้าที่จะเสนอโลกอันลึกล้ำดำมืดของผู้ที่ป่วยด้วยโรคจิตเภท(Schizophrenia)
ได้อย่างน่าทึ่ง อย่างที่ไม่เคยพบในหนังไทยเรื่องใดมาก่อน

แม้หนังจะพยายามชูประเด็นอื้อฉาว จากข่าว “หมอฆ่าเมีย”
เพื่อดึงดูดความสนใจ เหมือนหนังหลายเรื่องเคยทำมาแล้ว
 โดยไม่ได้เจาะลึกถึงก้นบึ้งในจิตใจของฆาตกรไอคิวสูงเหล่านี้ 
แต่ก็พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกอันลึกลับซับซ้อนชวนสยองขวัญของฆาตกรโรคจิต
ซึ่งก็ทำได้น่าสพรึงกลัว

หมอสุธี...ศัลยแพทย์ระดับศาสตราจารย์
มีศรีภริยาแสนสวยอ่อนหวาน
ซ้ำยังเป็นจิตแพทย์มีคลินิกส่วนตัว ทั้งคู่มีลูกสาวน่ารักหนึ่งคน
ด้วยสถานะทั้งทางสังคมและครอบครัวที่ดูช่างอบอุ่นสมบูรณ์แบบ 
แต่แล้วกลับมีสิ่งที่เป็นตัวทำลายครอบครัวนี้จนย่อยยับ
นั่นก็คือ...บุคลิกภาพอันบกพร่องเข้าขั้นวิกฤตของหมอสุธีนั่นเอง !

ทั้งที่ตนก็ดำรงอยู่ในตำแหน่งอันควรแก่การเคารพนับถือ 
แต่หมอสุธีกลับปล่อยกายปล่อยใจให้มักง่ายในกามารมณ์
แม้ต่อมาจะด้วยเพราะสำนึกถึงครอบครัว
หรือจะเพราะเบื่อหน่ายของใหม่(ชิมจนเซ็งแล้ว)ก็ตามที

เมื่อชู้สวาท(หมอดาราราย)รู้ระแคะระคายว่าจะโดนชิ่ง
เธอจึงต้องมีมาตรการตอบโต้ โดยเตรียมส่งรูป “เริงชู้”
ระหว่างเธอกับหมอสุธีไปสู่สายตาของผู้บังคับบัญชา และภรรยาตัวจริง 
โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่า หมอหนุ่มใหญ่ผู้แสนดีจะแก้ปัญหาด้วยการ
“ลวงเธอไปฆ่า”แถมหั่นศพและแล่เนื้อเป็นชิ้นๆก่อนจะหย่อนลงชักโครก...
 
“หมอ”...ในความรู้สึกของผู้คนโดยทั่วไป
คือบุคคลที่มีความปราดเปรื่อง และเพียบพร้อมไปด้วยความเมตตากรุณา
แต่คราใดเมื่อคนเป็นหมอก่ออาชญากรรม
ก็มักจะโดนพาดหัวข่าวขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ
 
ยิ่งเป็นคดีในเชิงพิศวาสฆาตกรรม
ก็ยิ่งต้องตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ กระทั่งกลายเป็นคำถามชวนสยองที่ว่า... 

“ คนเป็นหมอ บทจะทำผิด ทำไมจึงลงมืออย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ได้ถึงเพียงนี้???”

แม้จะมีเสียงค้านว่า 
เหล่าฆาตกรนั้นมีมาจากหลายหลากอาชีพ
และแพทย์นั้นก็นับว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากหากเทียบกับอาชีพอื่นๆ  
แต่...สิ่งที่น่าคิดก็คือ ...คนเป็นหมอที่กลายมาเป็นฆาตกรนั้น  มักจะ...

1... มีการเตรียมการฆ่ามาเป็นอย่างดี มีการวางแผน มีขั้นตอนที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน
2...  มักใช้ความรู้ความชำนาญทางการแพทย์ สำหรับการฆ่าในรายนั้น
       ตั้งแต่การล่อเหยื่อให้มาติดกับ กระทั่งการทำลายหลักฐานโดยวิธีวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์
3... แม้การหั่น-เฉือน-ชำแหละศพของหมอจะทำไปโดยความเชี่ยวชาญในอาชีพ

เพื่ออำพรางคดี แต่อย่าลืมว่า...คนที่ตนกำลังก้มหน้าก้มตาเชือดชำแหละอยู่นั้น
คือคนที่ตนเคยรักเคยใกล้ชิด และเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
...ดังนั้น จึงไม่ควรปฏิเสธกันอีกต่อไปว่า  หมอคนที่กำลังลงมือดังกล่าว
อยู่ในสภาวะที่เคียดแค้น โหดเหี้ยม เลือดเย็น และวิปริตอย่างเต็มพิกัด
 

ในคดีดังๆที่มีหมอเป็นจำเลย มักเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรม  

 เช่น...
 ปี  2502 คดี หมออธิป ฆ่า พยาบาลนวลฉวี  ( วางยาและให้พวกรุมข่มขืนแล้วฆ่า)
 ปี  2536 คดี  หมอบัณฑิต  ฆ่า  นางศยามล    (  จ้างวานฆ่าต่อหน้าต่อตาลูกน้อยของตน)
 ปี  2541 คดี  หมอเสริม  ฆ่า  น.ส.เจนจิรา  (ยิงตายแล้วหั่นศพ)
 ปี  2544 คดี   หมอวิสุทธิ์  ฆ่า  พญ.ผัสพร  (วางยา  แล้วหั่นศพ)
 ปี  2545 คดี  หมอแฮม   ฆ่า  พญ.ออม   ( บีบคอตาย แล้วจุดไฟเผา)

ส่วนกรณีหมอสุธี(ในเรื่องบอดี้ศพ 19) ที่ลงมือวางยาและฆ่าหั่นศพชู้รัก
เพราะกลัวโดนแบล็คเมล์จนครอบครัวแตกแยก อนาคตดับวูบนั้น
เนื่องจากหมอดารารายไม่ต้องการเป็นแค่รักซ่อนเร้นอีกต่อไป
ในขณะที่หมอสุธีก็เริ่มอยากจะตีจาก  ทั้งคู่จึงเกิดความขัดแย้งและบาดหมางหนักข้อขึ้นทุกที
 ยิ่งทั้งคู่ถือตัวถือตนว่าตนเป็น “คนเก่ง” จึงมักมีอีโก้สูง(มีความหลงรักตนเองในขั้นทุติยภูมิ)
การรู้ว่ากำลังถูกอีกฝ่าย “ทิ้ง” จึงเกิดความโกรธแค้น เสียหน้า และคิดอยาก
แก้แค้นเอาคืน จึงตอกกลับด้วยการดูถูกเหยียดหยาม ข่มขู่
 ความรักความหลงที่เคยมีต่อกัน ก็กลับเหวี่ยงไปอีกด้านเหมือนลูกตุ้มนาฬิกา
จากที่รักมาก ก็กลายมาเป็นความโกรธมากและเกลียดมาก
โดยเฉพาะกับคนไอคิว สูงอย่างหมอสุธี แต่กลับแก้ปัญหาชีวิตด้วยความโหดร้ายรุนแรง 
ซึ่งโดยมากบุคคลลักษณะนี้ มักมีปูมหลังดังต่อไปนี้

1... ถูกทารุณกรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วัยเยาว์ จึงซึมซับ สั่งสม และ “เลียนแบบผู้ก้าวร้าว”อย่างไม่รู้ตัว
2...  การถูกกระทำทารุณกรรมเสมอ ทำให้ตนเองรู้สึกด้อยค่า ไร้พลัง
      และเหมือนโดนข่มเหงอยู่เสมอ การกระทำรุนแรงจึงเป็นการตอบโต้และปกป้องตนเอง
3...  ยิ่งหากถูกทอดทิ้งให้รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่เสมอ ก็ยิ่งกลายเป็นคนลึกลับ เย็นชา แยกตัว
       แถมชอบใช้จินตนาการจนเกินขอบเขตเพื่อหลีกเร้นกับความว้าเหว่และปวดร้าวในชีวิต
       และผลของมันก็คือมักเกิดภาวะความจำเสื่อมชั่วคราว
       นานวันเข้าเกิดผลเสียกระทบต่อการพัฒนาด้านบุคลิกภาพ
       กระทั่งกลายเป็น... คน 2 บุคลิก(Multiple personality)
4...  จากการตรวจสอบบรรดาฆาตกร หรือฆาตกรต่อเนื่องโดยการเอ็กซ์เรย์สแกนสมอง
       มักพบความผิดปกติทางชีวภาพ  เช่น พบโครโมโซม xyy
       พบสารCryptopyrole อยู่ในฉี่เป็นจำนวนมาก-พบเนื้อร้ายก้อนเท่าเมล็ดวอลนัทฝังอยู่ในสมองส่วน     Amydala ฯลฯ...
 
ทั้งหมดนี้คงถูกสั่งสมมายาวนาน
ผนวกกับการโดนกดดันบีบคั้น จากปัญหาในปัจจุบัน
เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งก็แบกรับสภาพนั้นไม่ไหว อาการทางจิตจึงปะทุขึ้นอย่างเฉียบพลัน...
 
ประเด็น Multiple personalityของหมอสุธีนั้นก็คือการขัดแย้งและ
แตกแยกของจิตใต้สำนึก  …ในขณะที่เขาลงมือสังหารและชำแหละศพของดาราราย
แม้จะทำด้วยความเคืองแค้น แต่เมื่อเริ่มขั้นลงมือ ก็กลับกระทำด้วยความเลือดเย็น
เพราะกลไกทางจิตได้แยกความรู้สึก-อารมณ์ออกจากการกระทำ(Isolation)

เขาจึงเกิดความกลัวความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น หลังจากเหตุการณ์นั้นได้จบลงแล้ว
ดังนั้นกลไกทางจิตจึงต้องทำงานอย่างหนักหน่วง ทั้งการยอมรับไม่ได้(Denial)
ว่าตนเองเป็นผู้สังหารโหด จึงเกิดการป้ายโทษ(Projection)ให้กับคนที่
ไม่รู้อิโหน่อิเหน่(เพื่อล้างความรู้สึกผิดบาปให้แก่ตนเอง)


 โดยหมอสุธีหลอกตัวเองว่า คนฆ่าดารารายคือนายชลสิทธิ์ น้องชายของเธอ
นั่นเอง ทั้งๆที่นายชลสิทธิ์นั้นตายไปตั้งนานแล้ว ! 
แถมหมอสุธียังใช้จินตนาการฝันเฟื่อง ปั้น “เอ๋”นักศึกษาแพทย์(ซึ่งก็คือดารารายในวัยสาวรุ่น)
ให้เป็นพี่สาวผู้แสนอารีมีความรักความห่วงใยน้องชาย(ก็คือตนเอง ในคราบของชลสิทธิ์)อยู่เสมอ 
ซึ่งนั่นอาจเพื่อสนองความต้องการการดูแลเอาใจใส่พะเน้าพะนอที่หมอสุธีโหยหามาตั้งแต่วัยเยาว์

เท่านั้นยังไม่พอ  หมอสุธียังถึงกับลงมือฆ่าปิดปาก พยานรู้เห็นอีกถึง 2 คน
โดยโยนบาปไปให้กับผีดารารายว่าเป็นตัวฆาตกร!

ทั้งๆที่นี่คือการกระทำของผู้ที่ป่วยอย่างหนัก  มีอาการหลงผิด
มีประสาทหลอนทั้งภาพและเสียง  หนำซ้ำหมอสุธียังเป็น
...ฆาตกรต่อเนื่องที่ป่วยด้วยโรคจิตขั้นรุนแรง !!!.

 

Trailer Body ศพ#19
คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ละเอียดยิบเลย

เคยดูแล้วไม่เข้าใจตอนนี้แจ่มแจ้งเลยฮะ confused smile

#1 By Milkyway.sk on 2008-04-30 14:02

ชอบครับหนังเรื่องนี้ ประมาณว่า คิดได้ไง บทเนี่ย

#2 By คนขับช้า on 2008-07-22 18:01

ใช่เรื่องนี้สุดยอด

ตอนดูจบ คุยกับเพื่อนอยู่เป็นวัน ถึงรายละเอียดต่างๆ

แต่น่าแปลกใจที่คนหลายๆคนดูแล้วไม่เข้าใจ ยังคงงงว่าผีหรือคน

แต่ถ้าดูให้ดีแล้ว หนังช่างซ่อนรายละเอียดต่างๆไว้อย่างแนบเนียนจิงๆ

ออ...ขอเสริมตามอารมณ์เด็กศิลป์

หนังเรื่องนี้ใช้มุมกล้องได้เยี่ยมจิงๆ สูงสุด ต่ำสุด กล้าเล่นกับมุมแปลกๆ

...

ความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ บางครั้งการศึกษาที่สูงขึ้นไม่ได้ช่วยทำให้จิตใจคนสูงตาม เพราะยิ่งเราฉลาดมากขึ้น เราก้อยิ่งรู้วิธีที่จะทำร้ายผู้อื่นอย่างแยบยลมากขึ้น ..ทำให้คนเราน่ากลัวไปทุกวันๆจิงๆ

#3 By SoYen on 2008-07-27 23:38

อืม เห็นด้วย
.
ยิ่งฉลาดมาก
ก็ ยิ่งซ่อนอะไร ได้เนียน มาก
วู้ น่ากัวๆๆ

#4 By mdWee on 2008-12-01 20:45

เพิ่งได้ดูเรื่องนี้


ตอนแรกเคยได้ยินว่า หนังดีมากๆ

แต่กลัวว่าดูแล้วจะหลอน

เลยไม่กล้าดู

แต่เพิ่งได้ดูที่ True vision

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

รู้สึกดีใจที่ได้ดูเรื่องนี้ค่ะ

ชอบมาก

และก็งงมากด้วย

ถึงมันจะเฉลย แต่ก็ยังงง

พอได้ผ่านมาเจอบล๊อกคุณ

ทำให้กระจ่างขึ้นเยอะมากๆค่ะ

จะซื้อมาเก็บค่ะ

ดูแล้ว ทึ่งมากกกกก คุณภาพเ็ต็มจอ หนังไทย

#6 By สีเขียว (202.28.51.71) on 2009-05-10 16:03

big smile big smile

#7 By mp3 (117.47.182.20) on 2009-07-04 20:47

เพิ่งดูจบ

เห้อ..

ดูจบแล้วต้องนั่งคิด..ตกลง เรืองมันเป็นมายังไงนะ


คนคิดพล็อตเรื่อง สุดยอดด

เก่งจิง

#8 By Saffron on 2009-07-29 23:53

ขอบคุนมากๆๆเลยค้า เพราะดู2รอบก้อไม่เข้าใจ เลย ดีที่ได้อ่าน เข้าใจแล้วค้า
big smile open-mounthed smile

#9 By หมูออมสิน (117.47.69.166) on 2009-10-18 18:17

เรื่องนี้สุดยอด

ตอนดูจบ คุยกับเพื่อนอยู่เป็นวัน ถึงรายละเอียดต่างๆ

แต่น่าแปลกใจที่คนหลายๆคนดูแล้วไม่เข้าใจ ยังคงงงว่าผีหรือคน

แต่ถ้าดูให้ดีแล้ว หนังช่างซ่อนรายละเอียดต่างๆไว้อย่างแนบเนียนจิงๆ

ออ...ขอเสริมตามอารมณ์เด็กศิลป์

หนังเรื่องนี้ใช้มุมกล้องได้เยี่ยมจิงๆ สูงสุด ต่ำสุด กล้าเล่นกับมุมแปลกๆ

...

ความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ บางครั้งการศึกษาที่สูงขึ้นไม่ได้ช่วยทำให้จิตใจคนสูงตาม เพราะยิ่งเราฉลาดมากขึ้น เราก้อยิ่งรู้วิธีที่จะทำร้ายผู้อื่นอย่างแยบยลมากขึ้น ..ทำให้คนเราน่ากลัวไปทุกวันๆจิงๆ
#3 By SoYen on 2008-07-27 23:38
อืม เห็นด้วย
.
ยิ่งฉลาดมาก
ก็ ยิ่งซ่อนอะไร ได้เนียน มาก
วู้ น่ากัวๆๆ
#4 By Madaewee @ Hippie''60' s on 2008-12-01 20:45
เพิ่งได้ดูเรื่องนี้


ตอนแรกเคยได้ยินว่า หนังดีมากๆ

แต่กลัวว่าดูแล้วจะหลอน

เลยไม่กล้าดู

แต่เพิ่งได้ดูที่ True vision

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

รู้สึกดีใจที่ได้ดูเรื่องนี้ค่ะ

ชอบมาก

และก็งงมากด้วย

ถึงมันจะเฉลย แต่ก็ยังงง

พอได้ผ่านมาเจอบล๊อกคุณ

ทำให้กระจ่างขึ้นเยอะมากๆค่ะ

จะซื้อมาเก็บค่ะ
#5 By แม่น้องจี[Pantipaz@] on 2009-02-04 23:24

ดูแล้ว ทึ่งมากกกกก คุณภาพเ็ต็มจอ หนังไทย
#6 By สีเขียว (202.28.51.71) on 2009-05-10 16:03

#7 By mp3 (117.47.182.20) on 2009-07-04 20:47
เพิ่งดูจบ

เห้อ..

ดูจบแล้วต้องนั่งคิด..ตกลง เรืองมันเป็นมายังไงนะ


คนคิดพล็อตเรื่อง สุดยอดด

เก่งจิง
#8 By Saffron on 2009-07-29 23:53
ขอบคุนมากๆๆเลยค้า เพราะดู2รอบก้อไม่เข้าใจ เลย ดีที่ได้อ่าน เข้าใจแล้วค้า

#9 By หมูออมสิน (117.47.69.166) on 2009-10-18 18:17
Powered by exteen blog. You may view this blog RSS or ATOM.

#10 By peak (117.47.11.209) on 2009-11-29 13:34

ดี มาก เลย ค่ะ ที่ อธิบาย จน แจ่ง แจ้ง ชัด แจ่ว

อิอิconfused smile

#11 By เตย (125.26.249.154) on 2010-01-01 11:29

#12 By (124.157.238.210) on 2010-04-21 15:29

สนุกดี เชื่อว่าทุกคนต้องประทับใจ

#13 By ปลาทอง (223.207.63.54) on 2011-10-01 11:35

อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้น ในความฝันเราอยากเป็นหมอจิตฯนะ แต่แม่บอกว่ามันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ เเล้วเรียนไปมันก็ไม่ได้ดีอย่างหมอคนอื่น หมอจิตมันก็จะจมปรักอยู่กับพวกที่มีอาการทางจิต แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเเม่อยากให้เลือกชีวิตที่ดี แต่หมอจิตนั้นก็ไม่ได้ดูย่ำแย่ เป็นหมอจิตนี่ดีสะอีกได้เรียนรู้จิตใจของคนได้มากขึ้นได้แลกเปลี่ยนทัศนะคติด้วย
ปล.พอตเรื่องนี้ดูมีความซับซ้อนก็จริงแต่ถ้าคิดในแง่ของมนุษย์แล้วไม่ซับซ้อนจริงค่ะbig smile big smile big smile big smile big smile

#14 By vall'vall Stamina (58.8.116.203) on 2012-04-25 19:31

ชอบหนังแนวนี้นะคะ รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันในความรู้สึกของมนุษย์ดี
ขอบคุณสำหรับคำอธิบายต่างๆนะคะ ชอบมาก :D

#15 By Fernseelee on 2012-05-09 14:31

ผมชอบมากครับ ผมดูตอนดึกๆ กับพี่สาว ผมกลัวมากคับแต่หนังสนุกมากๆ ผมชอบตอนที่ก้มไปใต้เตียงอ่ะคับ หนังสนุกมากๆ. ชอบคับbig smile open-mounthed smile

#16 By ชอบหนังผี (14.207.29.214) on 2013-10-26 09:50